A A

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ บทที่ 7

7-1 ธูปดอกเดียวพูดคุยกับวิญญาณได้

ผมขอเริ่มเรื่องแรกก่อน คือเรื่องธูปดอกเดียว การจุดธูปดอกเดียว นอกจากจะเป็นการไหว้บูชาวิญญาณแล้ว มนุษย์ยังสามารถใช้วิธีนี้เป็นเสมือนเพจเจอร์ (Facebook ในสมัยนี้) บอกกล่าวเรื่องราวต่างๆ ให้วิญญาณรับรู้ได้อีกด้วย พุทโธโลยีการสื่อสารชนิดนี้ สืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ผมมาได้หลักฐานพิสูจน์ความจริงเรื่องนี้ ตอนที่ยายของผมมาเยี่ยมที่บ้านเก่าซอยอ่อนนุชเมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมกำลังหาเรื่องกับผีอยู่พอดี แม่ผมทนไม่ไหว ที่เห็นผมกับน้องชายถูกผีที่บ้านอำประจำ ก็เลยเชิญยายของผมมาปรึกษากัน เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องผี ยายของผมก็เลยมาตอนเช้า ผมตื่นตอนบ่าย พอผมตื่นขึ้นมา ทั้งยายทั้งแม่ก็ออกไปนอกบ้านแล้ว กว่าผมจะกลับมาบ้านก็ตี 2 ตี 3 เข้าไปแล้ว วันแรกผมเลยไม่ได้เจอใครที่บ้านเลย แต่ก่อนผมจะไปข้างนอก ด้วยนิสัยนักเลงของผม ผมต้องหาเรื่องท้าทายและด่าวิญญาณหยาบๆคายๆก่อนเป็นประจำ ทั้งนี้เพื่อให้วิญญาณเหล่านั้น ออกมาหลอกหลอนผมตอนกลางคืน หรือไม่ก็ให้เขาไปเชิญผีที่เก่งๆ มีวิชาหรือมีพลังแก่กล้ามาเล่นงานผมคืนนี้ เพราะปกติผีพวกนี้จะออกมาทุกครั้ง ที่โดนผมด่าและท้าทายแต่คืนนั้นผมนอนหลับอย่าง...

7-2 ไม่ต้องใช้ธูปก็พูดคุยกับวิญญาณได้

ถ้าดวงวิญญาณดวงนั้นอยู่ในปรโลกชั้น 0 ภูมิที่ +1 ถึงภูมิที่ – 2 หรืออาจจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งตายมาไม่เกิน 15 วัน และยังมิได้ถูกพิพากษาให้ตกนรกหรือขึ้นสวรรค์ ผมไม่เคยใช้ธูปเลย ผมมีความรู้สึกว่า วิญญาณน่าจะได้ยินคำพูดของผม แต่เขาพูดโต้ตอบไม่ได้ ท่านที่ต้องการสื่อสารกับวิญญาณให้ได้ผลจริงๆ ต้องใช้ธูปสถานเดียว ถ้าวิญญาณต้องการพูดอะไรกับท่าน เขาก็ต้องเข้าฝันท่าน ถ้าท่านต้องการคุยกับวิญญาณตรงๆ ท่านทำได้ โดยพูดคุยกันทางสมาธิ ในสมาธิท่านต้องหัดเป็นคนช่างสังเกต ไม่เช่นนั้นท่านจะไม่รู้ว่า ความคิดที่อยู่ในสมองของท่าน ความคิดไหนเป็นความคิดของท่านเอง ความคิดไหนไม่ใช่ของท่าน แต่เป็นความคิดของวิญญาณที่กำลังโต้ตอบกับท่าน เพราะความคิดทั้งหมด มันออกมาจากจิตหรือหัวของท่านทั้งสิ้น ท่านจึงเป็นเพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่จะรู้ว่าความคิดไหนเป็นของใคร

7-3 ผีมีหรือเปล่าอั๊วไม่รู้ แต่ยักษ์ที่วัดโพธิ์มีจริง

อดีตประธานบริษัทที่ผมเคยทำงานอยู่ เป็นผู้เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ท่านเล่าว่า สมัยก่อนเคยเป็นเจ้าของบริษัทยาสีฟันยี่ห้อหนึ่ง ครั้งหนึ่งบริษัทของท่านต้องการจะทำโฆษณายาสีฟันที่วัดโพธิ์ ท่านก็ไม่ว่าอะไร ปล่อยให้ลูกน้องทำไป แต่ถ่ายโฆษณาไปหลายวัน ก็ไม่เห็นเสร็จสักที มีแต่อุปสรรคและปัญหาทุกครั้ง ท่านก็เลยจำเป็นต้องมาตรวจงานเอง เจ้าหน้าที่ของท่านแนะนำให้ท่านจุดธูปบอกกล่าว และขอขมายักษ์ที่วัดโพธิ์ พร้อมทั้งขอให้ยักษ์ช่วยให้งานดำเนินไปด้วยดี แต่ท่านประธาน ท่านไม่เชื่อเรื่องไร้สาระเช่นนี้ ท่านเลยปฏิเสธไป คืนวันนั้น ขณะที่ท่านกำลังจะเข้านอน ท่านเห็นสิ่งที่ท่านไม่คาดว่าจะเห็น ท่านไม่เชื่อเรื่องผีสางเทวดา แต่นี่ท่านเห็นด้วยตาตัวเอง คือมียักษ์ตนหนึ่งดวงตาแดงกล่ำ ท่าทางดุมากมาชี้หน้าท่านหลายครั้งในคืนเดียว ( ท่านไม่ได้เล่าให้ฟังว่ายักษ์ตนนั้นใส่ชุดอะไร ) วันรุ่งขึ้นท่านได้สั่งให้คนงานของท่าน รีบทำพิธีขอขมายักษ์ที่วัดโพธิ์โดยทันที และขอให้ยักษ์ช่วยงานถ่ายโฆษณายาสีฟันให้ราบรื่นด้วย ตั้งแต่นั้นมาการถ่ายโฆษณาของเจ้าหน้าที่ของท่าน ก็ไม่มีอุปสรรคใดๆอีกเลย ท่านบอกว่า เรื่องผีอั๊วไม่รู้ว่ามีจริงหรือเปล่า ...

7-4 ฝรั่งโดนยักษ์ผลักตกบันไดก่อนถึงพื้นดิน

เพื่อนร่วมงานของผม 2 คนเป็นชาวฝรั่งเศส แต่ทำงานที่นิวยอร์ค วันหนึ่งเขาเดินทางมาเยี่ยมลูกค้าในเมืองไทย วันนั้นเขาว่างในตอนเช้า เขาให้ผมพาไปดูวัดสวยๆบริเวณสนามหลวง ผมเลยพาเขาไปที่วัดโพธิ์ เขาเห็นคนไทยจุดธูปไหว้อะไร และพูดอะไรก็ไม่รู้ ผมเลยอธิบายให้เขาฟังว่า คนเหล่านี้เขาจุดธูปเทียนไหว้พระ คนที่จุดธูปดอกเดียวนั่นเขาไหว้ และพูดคุยเรื่องราวของเขา ให้วิญญาณของพ่อแม่ญาติพี่น้องของเขาที่ตายไปแล้วฟัง โดยผ่านศาลของฤาษีท่านนั้น ผมบอกกับเขาว่า ผมคิดว่าเรื่องนี้ไร้สาระมา 30 กว่าปี จนกระทั่งผมเห็นยายของผมทำ และก็คุยบอกเรื่องราวต่างๆให้วิญญาณฟังได้จริงๆ ผมเลยยอมรับพุทโธโลยีอันนี้ ซึ่งเป็นพุทโธโลยีตั้งแต่ในสมัยพุทธกาล เขาตะลึงในสิ่งที่ผมพูด เขารู้ว่าผมเป็นคนไม่โกหก ทั้ง 2 คนเขาก็อยากคุยเรื่องราวต่างๆให้ยายของเขาแต่ละคน ที่เสียชีวิตไปแล้วฟังเหมือนกัน เขาเลยจุดธูปคนละดอกที่ศาลของฤๅษีตนนั้น เขาใช้เวลาคุยเรื่องส่วนตัวของเขา เป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง พวกเขาบอกว่า พวกเขาเชื่อว่า ยายของเขาแต่ละคนได้ยิน ( วิญญาณสื่อสารกับคนได้โดยทางจิต คนๆนั้นจะรู้เองว่าเขาไม่ได้คิดไปเอง ในตอนนั้น ใจของเขาทำหน้าที่เป็น...

7-5 ระลึกชาติได้

ผมเป็นคนหนึ่งที่ระลึกชาติได้ ความจำชาติในอดีตของผม เริ่มตั้งแต่ก่อนผมเกิดด้วยซ้ำตอนนั้นผมอยู่ในสวรรค์ชั้นที่ 1 น่าจะเป็นภูมิที่ 3 ( จัดแบบใหม่ตามหนังสือเล่มนี้ ) ตอนที่ผมเริ่มจำได้ คือตอนที่ผมต่อคิวจะไปเกิด และมีวิญญาณอีกดวงหนึ่งต่อคิวหลังจากผม วิญญาณดวงนั้นยืนอยู่ข้างๆผม จู่ๆผมก็สะดุ้งตกใจ เพราะผมได้ยินเจ้าหน้าที่สวรรค์ตะโกนแบบตะคอกผมว่า “ ถึงตาของเจ้าแล้ว ” ผมจำเรื่องราวอื่นก่อนหน้านี้ไม่ได้ แต่ผมรู้ว่า ไอ้เจ้าหน้าที่สวรรค์คนนี้มันช่างบังอาจจริงๆ พูดจาเสียงแข็งกับผม ในความรู้สึกของผม ผมรู้ว่าผมน่าจะมียศสูงไม่ใช่น้อยในสวรรค์ชั้นนี้ การจะพูดกับผมต้องพูดให้ไพเราะหน่อย ไม่ใช่พอเห็นผมสิ้นอำนาจสิ้นบารมีแล้ว จะพูดเสียงแข็งและไม่นอบน้อมยังไงก็ได้ อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่ว่าอะไรเขา ในตอนนั้น หัวของผมคิดเรื่องอื่นอยู่ว่า ผมถูกไล่ให้ไปเกิดในโลกมนุษย์ ยังมีโอกาสที่ผมจะทำความดี และฝึกสมาธิให้มีฤทธิ์อำนาจ แล้วผมค่อยกลับมาแก้แค้นผู้ควบคุมสวรรค์และลูกน้องในสวรรค์ชั้นนี้ ผมจะปฏิรูประบบสวรรค์ชั้นนี้ใหม่ เพราะตัดสินลงโทษผมแบบไม่เป็นธรรม ผมคิดว่า ผมอยู่ในโลกยังดีกว่าให้ไปตกนรกเยอะ แบบมากมายมหาศาลเลย ...

7-6 เด็กผู้หญิงอายุ 3 ขวบ ต่อว่ายายเป็นเสียงผู้ชาย(ผู้ใหญ่)

เรื่องนี้เป็นเรื่องของหลานสาวคนเล็กของผมเอง วันหนึ่งผมขับรถไปธุระกับแม่ของผม มีหลานสาวคนเล็กอายุยังไม่ถึง 3 ขวบไปด้วย ระหว่างทางผมคุยกับแม่ เรื่องจะให้หลานเรียนโรงเรียนอะไรดี แม่ผมเสนอว่า เดี๋ยวแม่ของเด็กคือ น้องสาวของผม ก็จะต้องมาเอาหลานคนนี้กลับไปเรียนที่สงขลาในอีกหลายเดือน ให้มันเรียนโรงเรียนวัดใกล้ๆบ้านดีกว่า ถูกด้วย ทันที่ที่แม่ผมพูดเสนอออกมา ผมก็คัดค้านทันที ผมบอกว่า มี 2 ทางให้เลือก คือโรงเรียนเอกชนหรือไม่ผมก็ส่งหลานเข้าโรงเรียนนานาชาติเลย ผมบอกแม่ไปว่า เรื่องที่จะงกเงิน อย่าเอามาพูดกับผมดีกว่า แม่ผมก็เถียงและให้เหตุผลของท่านไปเรื่อยๆ ทันใดนั้นหลานสาวของผมที่นั่งฟังในรถอยู่ด้วย ก็พูดบ่นออกมาเป็นเสียงผู้ใหญ่และเป็นเสียงผู้ชายว่า “ โรงเรียนดีๆ ก็ไม่ให้กูเรียน ” ( วิญญาณของเด็กที่ยังเล็กอยู่ จริงๆเขาเป็นผู้ใหญ่นั่นเอง จิตของผู้ใหญ่คนนั้น วิญญาณของเขาชาติก่อนเป็นผู้ชาย เขาไม่พอใจความงกของยาย จึงแสดงตัวออกมาให้ยายของตนเองรับรู้ ) แม่ผมตกใจมาก เพราะนิสัยของเด็กผู้หญิง ไม่มีทางพูดกับผู้ใหญ่อย่างนี้แน่ แต่นี่ไม่ใช่เสียงของหลานสาวของผม มันเป็นเสียงของผู้ชายและเป็นเสียงของผู้ใหญ่ด้...

7-7 หลายชายของผมน่าจะเป็นวิญญาณแม่เลี้ยง(มา)มาเกิด

พี่ชายของหนูเดียร์ ( หลานสาวของผม ) ก็มีเรื่องประหลาด ให้ผมเล่าเหมือนกัน ตอนนั้นแกอายุใกล้ 3 ขวบ น้องสาวของผมพาลูกชายมากรุงเทพ ผมมองดูเด็กคนนี้ ทำไมทั้งยิ้มทั้งนั่งเหมือนแม่เลี้ยง ( มา ) ของผมเลย ตอนเย็นผมเลยลองเข้าสมาธิดูผมรู้ว่า จิตของผมตอนนั่งสมาธิ พอเข้าสู่ฌานแล้ว ไม่เคยบอกอะไรพลาดเลย และผมก็รู้ด้วยว่า ไม่ได้คิดอะไรไปเอง จิตในสมาธิของผมตอนนั้นยืนยันว่า เด็กผู้ชายหรือหลานชายของผมคนนี้ แท้จริงก็คือ วิญญาณของแม่เลี้ยง ( มา ) ของผมมาเกิด ผมลองไล่เรียงดูว่า ครั้งสุดท้ายที่วิญญาณของมามาหาผมคือเมื่อไร ปรากฏว่าปีที่วิญญาณท่านหายไป ใกล้เคียงกับที่ปีที่น้องสาวของผมตั้งครรภ์ ผมรีบลงไปบอกน้องชายพี่ชายและแม่ผมทันที แต่ไม่มีใครเชื่อ แม้ว่าผมอธิบายว่า วิญญาณจะไปเกิดเป็นเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชายก็ได้ แล้วแต่กรรมของเขา แล้วแม่เลี้ยงของผม ท่านก็ไม่ยอมตัดใจ เลิกห่วงลูกสักทีวิญญาณของท่านจึงเข้ามาเกิดเป็นหลานคนนี้ น้องผมบอกว่า “ กูมีวิธีพิสูจน์ว่า ไอ้วินเป็นมาจริงหรือเปล่า” ผ่านไปอีก 4-5 วัน น้องชายผมก็มาอุ้มหลานชาย แล้วนำไปดูภาพถ่ายเพื่อนพ่อของผมที่แขวนไว้ที่ฝาผนัง แล้วถามว่านี่ใคร หลายชายผมก็...

7-8 วิญญาณแม่เลี้ยง(มา)ให้หวย 2 ครั้ง

ไหนๆผมก็พูดถึง มา ( แม่ ) แล้ว ท่านตายไปแล้วประมาณ 20 ปี ท่านวนเวียนอยู่ที่บ้านผมมากกว่า 5 ปีแน่นอน ตอนนี้หลานชายผมอายุ 13 ปี ท่านจะไปเกิดเป็นหลานชายของผมจริงหรือเปล่า นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่แน่ๆก่อนท่านไปเกิดใหม่ ท่านมาให้หวยทางบ้าน 2 ครั้ง ครั้งแรก มา มาเข้าฝันน้องชายผม บอกเลขหวยไป ( สมมุติว่าเป็น 17 เพราะผมจำไม่ค่อยได้แล้ว ) ปรากฏว่างวดนั้นออก 17 จริงๆ แม่แท้ๆของผมแทงไปน้อยมาก ส่วนผมก็ไม่เชื่อว่าวิญญาณจะรู้หวยล่วงหน้าได้ และกรรมมาบังตาบังความจำ ทำให้ผมลืมแทงหวยงวดนั้นไปนอกจากนี้ ผมเองก็ไม่ค่อยชอบเล่นหวยด้วย ช่วงนั้นก่อนนอนทุกคืน ผมจะสั่งตัวเองทางจิตว่า ถ้าวิญญาณดวงไหนมาหา หรือมาเข้าฝันหรือมาอำผม ให้จิตของผมมันเตือนผมให้รู้สึกตัวล่วงหน้าก่อนทุกครั้ง ถ้า มา เกิดมาอีกครั้ง ครั้งนี้ผมไม่พลาดหวยแน่ หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน มา ก็มาหาผม พยายามจะเข้าฝันผม แต่ผมรู้ตัวล่วงหน้าเพราะสั่งจิตตัวเองเอาไว้แล้ว ผมอยู่ในความสงบ รีบปลุกวิญญาณตัวเองให้ตื่น หลังจากนั้นก็นอนอยู่ในความสงบ เข้าสมาธิทันที ผมบอก มา ในสมาธิไปว่า ไม่ต้องเข้าฝันหรอก บอกมาตรงๆเลยว่าเลขอะไร มา ตอบผมทางใจ ( คื...

7-9 รำเพย/ฮุ่ง คู่พระคู่นางในโลกตัวจริง(ไม่ใช่ในละคร)เรื่องแต่ปางก่อน

คุณรำเพยอายุประมาณ 47 ปี เธอทำงานเป็นนางพยาบาลในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เมื่อ 10 ปีที่แล้ว สามีของคุณรำเพยซึ่งมีชื่อว่าคุณฮุ่ง ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคตับแข็ง เพราะดื่มสุราจัดมาก ผมมีโอกาสได้สัมผัสวิญญาณของคุณฮุ่งตอนที่ไปประชุมน้ำตาลในอินโดนิเซียเมื่อหลายปีก่อน ผมรู้สึกว่าวิญญาณของคุณฮุ่งดวงนี้ หลังจากที่ตายไปแล้ว ก็ได้ไปเกิดเป็นเทวดาอยู่ในชั้นสวรรค์ชั้นดาวดึง คุณรำเพยเล่าให้ฟังว่า ก่อนคุณฮุ่งจะเสียชีวิต 1 วัน คุณฮุ่งได้ละเมอ เห็นในนิมิตว่าข้างนอกบ้านของเขามีพระสงฆ์มาเต็มไปหมด ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของผมว่า ทำไมคุณฮุ่งซึ่งเป็นคนขี้เมา และตายด้วยโรคตับแข็ง เหตุใดเมื่อตายไป จึงได้ขึ้นไปเป็นเทวดาอยู่ในชั้นดาวดึงส์ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ ผมเลยต้องถามคุณรำเพย คุณรำเพยเล่าว่า คุณฮุ่งเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการีอย่างมาก และเป็นคนชอบทะนุบำรุงพระศาสนาเป็นประจำ แม้ว่าจะกินเหล้า แต่ก็ไม่เคยเกเร หรือทุบตีทำร้ายใครเลย นอกจากนี้ยังไม่เคยทำผิดศีลข้ออื่นด้วย เช่น การลักขโมย หลังจากฟังคุณรำเพยเล่า ผมจึงหายสงสัยว่า ทำไมคุณฮุ่งจึงได้ขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ทั้งๆที่ทำผิดศิล ข้อ 5 อย่างไรก็ตาม เพื่...

7-10 วิญญาณในสิงคโปร์

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2548 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสแวะเดินทางไปที่สิงคโปร์ ผมได้พักอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง ในคืนวันที่ 16 ตอนประมาณเที่ยงคืน ผมได้นั่งและนอนทำสมาธิแผ่เมตตาและอุทิศกุศลจากการทำสมาธิให้กับเหล่าดวงวิญญาณที่อยู่ในโรงแรมแห่งนั้น หรืออยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตรในทุกทิศทางจากโรงแรม ตอนเวลาประมาณตีสามในคืนนั้น ขณะที่ผมกำลังหลับสบาย ผมได้ฝันไปว่า มีวิญญาณหลายดวงมาขอบใจผม ในความฝันของผม เหล่าวิญญาณที่มาทั้งหมด ได้รับกุศลจากการแผ่เมตตาของผมแล้ว พวกเขาจึงมีพลังชีวิต เหมือนตายแล้วได้เกิดใหม่ บังเอิญตอนที่ฝันอยู่นั้น ผมเกิดปวดฉี่ขึ้นมา เลยต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ พอกลับออกมาจากห้องน้ำ ผมก็นั่งสมาธิและทำการแผ่เมตตาให้วิญญาณไปอีกรอบหนึ่ง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที หลังจากนั้น ผมก็กลับไปนอนต่อ ผมรู้จากประสพการณ์ในอดีตหลาย 10 ปีของผมว่า เมื่อกี๊ความฝันของผม น่าจะเป็นความฝันอันเกิดจากอำนาจของวิญญาณที่มาดี ผมคิดว่าเดี๋ยวเขาก็มาอีก เพราะพวกเขาเพิ่งได้รับกุศลอันเกิดจากสมาธิของผมไปในครั้งที่ 2 และก็เป็นความจริงเช่นนั้นด้วย พอราวตีห้าครึ่ง มีวิญญาณหลายดวงมาเข้าฝันผมอีก ผมฝันไปว่า ตัวเองกำลังอุ้มพ...