A A

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ บทที่ 9

9-1 ปัญหาธรรม 4 ข้อ

มีปริศนาธรรมที่ค้างคาใจผมมานานแสนนาน และก็อาจจะเป็นข้อสงสัย ที่ค้างคาใจท่านผู้อ่านอีกจำนวนมาก ในบทนี้ผมจะพิจารณาข้อสงสัยเหล่านี้เพียง 4 หัวข้อเท่านั้น คือ 1. นิพพานไม่สามารถแปลความว่า “ศูนย์” หรือ “ไม่มีอยู่” เป็นเด็ดขาด 2. ศาสนาพุทธฝ่ายมหายานรู้ความจริงมานานแล้วว่า พระพุทธเจ้าแท้จริง คือ ส่วนหนึ่งของพระเจ้า ( แท้จริง ) 3. ศาสนาคริสต์แท้จริงอาจเชื่อในการเวียนว่ายตายเกิด 4. คำสวดระลึกถึงพระคุณ 3 อย่างในศาสนาคริสต์และศาสนาพุทธ

9-2 นิพพานไม่สามารถแปลความว่า “ศูนย์” หรือ “ไม่มีอยู่” เป็นอันขาด

ศาสนาพุทธในเมืองไทยเป็นฝ่ายหินยาน พระพุทธเจ้าซึ่งเป็นองค์พระศาสดา ไม่ได้ตรัสสอนถึงเรื่องพระเจ้าอย่างละเอียด แต่พระองค์ก็ไม่เคยตรัสปฏิเสธว่า องค์พระผู้เป็นเจ้า ( แท้จริง ) ไม่มี ถ้าท่านให้ความหมายของคำว่า “พระเจ้า ( แท้จริง ) ” อย่างถูกต้อง เพราะ คนในยุคนั้นหรือแม้แต่ในยุคนี้ ไปใส่พระเจ้าไว้ในฐานะผู้สร้างสสารหรือสรรพสิ่งในจักรวาลที่เป็นกายภาพหรือมีอัตตา อันนี้ไม่ถูกต้อง พระพุทธองค์ไม่สามารถหาคำในภาษาสมัยนั้น มาอธิบายสภาวะของพระเจ้า ( แท้จริง ) ได้ นอกจากนี้ พระพุทธองค์ยังต้องการเพียงสอนทางแห่งการพ้นทุกข์เท่านั้น ไม่ต้องการไปเปลี่ยนแปลงนิยามของคำว่า “พระเจ้า ( แท้จริง ) ” ที่ไปขัดแย้งกับความเชื่อของประชาชนในอินเดียในยุคนั้น และยังขัดแย้งกับความเชื่อของคนทั้งโลกตลอด 2500 ปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ พระพุทธองค์จึงแค่ปูทางเรื่ององค์พระผู้เป็นเจ้าไว้ก่อน โดยใช้คำว่า “นิพพาน” แทนสภาวะของพระเจ้า และสอนเรื่องอัตตา-อนัตตาเอาไว้เท่านั้น เพราะพระองค์ทรงทราบว่า ถ้าพระองค์ไปอธิบายคำว่าพระเจ้าอย่างตรงไปตรงมาในยุคนั้นว่า พระเจ้าแท้จริงไม่เคยสร้างสิ่งที่มีอัตตาขึ้นมาเลย เพียงคำพูดแค่นี้ ก็อาจจะทำให้เก...

9-4 ศาสนาคริสต์แท้จริงอาจเชื่อในการเวียนว่ายตายเกิด

ทีวีรายการหนึ่ง ซึ่งนำเทปเรื่องการวิจารณ์ไบเบิลมาจากต่างประเทศมาออกฉาย เทปนั้นยืนยัน ข้อความตอนหนึ่งในไบเบิลที่ว่า พระเยซูทรงตรัสว่า พระองค์ทรงอยู่ในเหตุการณ์บางอย่างในอดีต ที่นานก่อนที่ตัวท่านจะเกิด ซึ่งน่าจะเป็นการยืนยันถึงการเวียนว่ายตายเกิดของท่าน หรืออะไรอย่างอื่นก็แล้วแต่ อย่างไรก็ตาม บรรดานักบวชกลับไปสอนผู้คนตามความเชื่อ และทัศนะของตนเองว่า มนุษย์เกิดมาครั้งเดียว ตายครั้งเดียว ซึ่งอันนี้ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง ในเวลาต่อมา ผู้คนในประเทศที่นับถือศาสนาคริสต์จำนวนไม่น้อย ต่างมีประสพการณ์การตายและเกิดใหม่ โดยมีหลักฐานชัดเจน ไม่มีทางปฏิเสธได้เลยว่า เรื่องนั้นไม่เป็นความจริง แต่แทนที่นักบวชเหล่านี้จะยอมรับความผิดพลาด ในการตีความไบเบิลของตน พวกเขาดันไปแก้ตัวว่า เป็นพระมหากรุณาของพระเจ้า ที่ได้ให้โอกาสมนุษย์ผู้นี้ ที่ได้ตายไปแล้ว มีโอกาสเกิดใหม่ ผมจะพูดหรือวิจารณ์เรื่องนี้ก็ไม่ได้ เพียงแต่ที่ต้องลงเรื่องนี้ เพื่อให้ท่านผู้อ่านรับรู้ไว้เท่านั้น

9-3 ศาสนาพุทธฝ่ายมหายานรู้ความจริงมานานแล้วว่า พระพุทธเจ้าแท้จริงคือ ส่วนหนึ่งของพระเจ้า(แท้จริง)

โชคดีที่ศาสนาพุทธฝ่ายมหายานไม่หลงไปตีความ การสร้างสรรพสิ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้าแท้จริง เพราะมันมีสภาพหลอกตา คล้ายมันเป็นอัตตาจริงๆ ถ้าทำเช่นนั้น พวกเขาอาจจะจนมุม ไปตีความว่า นิพพานหมายถึง “ศูนย์” หรือ “ไม่มีอยู่อีกต่อไป” ฝ่ายมหายานตีความไปตรงๆ ตามคำสอนของพระพุทธองค์เลยว่า นิพพานเป็นสภาวะของธรรมชาติแท้จริงที่รู้แจ้ง และเบิกบานชั่วนิรันดร สานุศิษย์ฝ่ายมหายานได้ชี้ชัดว่า สุดท้ายแล้ว พระพุทธเจ้าได้กลับกลายเป็นพระเจ้าแท้จริง ลองดูบทหนึ่งในบันทึกที่อยู่ในพระไตรปิฎกฝ่ายมหายานที่สืบทอดไปถึงญี่ปุ่น มีข้อความว่า “ อมิธพุทธ เป็นพระเจ้าที่แท้จริง และอมาเตระสุเป็นพระอวตาร หรือจะกล่าวว่า อมาเตระสุเป็นพระเจ้าที่แท้จริง และโคตมะพุทธเจ้าเป็นพระอวตาร ” โคตมะหมายถึงชื่อตระกูลหรือโคตรของพระพุทธเจ้า ความเกี่ยวข้องกันระหว่างอมาเตระสุกับพระพุทธเจ้ายังมีอยู่เช่นนี้ในทุกวันนี้ นอกจากนี้ พระไตรปิฎกฝ่ายมหายานลัทธิตันตระ ที่สืบทอดไปยังแผ่นดินจีน ก็ได้แสดงความเข้าใจเรื่องพระเจ้า(แท้จริง)อย่างชัดเจนพอประมาณ โดยอธิบายตรงๆว่า “ อมิตาภพุทธเจ้า หรือองค์พระผู้เป็นเจ้า(แท้จริง) ได้อวตารมากำเนิดเป็นพระสัมมาส...

9-5 คำสวดระลึกถึงพระคุณ 3 อย่างในศาสนาคริสต์และศาสนาพุทธ

สมัยผมเป็นนักเรียน ผมเรียนอยู่ในโรงเรียนที่สอนศาสนาคริสต์ ผมจำได้ว่า หลังสวดมนต์ขอบคุณพระเจ้าเสร็จ จะมีการเอ่ยระลึกถึงพระคุณของพระเจ้าว่า “ พระบิดา พระบุตร และพระจิต ” เสร็จแล้วก็ลงท้ายว่า “ เอเมน ” ในศาสนาพุทธของเรา พระพุทธองค์ก็สอนให้ระลึกถึงพระคุณ 3 อย่างคือ “ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ” หลังจากพระเทศน์หรือสวดเสร็จ จำได้ว่าชาวพุทธจะเอ่ยลงท้ายว่า “ สาธุ ” มันช่างบังเอิญจริงๆ หรือนี่มันอาจจะไม่ใช่การบังเอิญก็ได้ แต่มันอาจจะเป็นรหัสลับที่พระเจ้า(แท้จริง)เปิดเผยให้มนุษย์รู้ จะได้ไม่ต้องทะเลาะและขัดแย้งกันเรื่องศาสนา องค์พระผู้เป็นเจ้าแท้จริง พระองค์ท่านเป็นพระเจ้าแท้จริงของสรรพจิต และสรรพชีวิตทั่วทั้งจักรวาล พระเจ้าแท้จริงเป็นจิตที่บริสุทธิ์ แต่พระองค์มีพระวรกายมากมาย จิตใดที่บริสุทธิ์แล้ว ก็ได้ชื่อว่า จิตนั้นได้กลับกลายเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า(แท้จริง) หรือเป็นภาคหนึ่งหรือส่วนหนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้า(แท้จริง)แล้วนั่นเอง ถ้าท่านไม่เอาความเชื่อทางศาสนาของท่านเข้ามาเกี่ยว ท่านก็จะตีความได้ไม่ยากว่า พระบิดาหรือพระเจ้า(แท้จริง)ที่ศาสนาคริสต์พูดถึง ก็มีความหมายแบบเดียวกับที่...

10-1 ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่เชื่อในเรื่องพระเจ้า(แท้จริง)

ในอดีตกาลอันยาวไกลมาก พวกเราเคยเป็นจิตแท้และบริสุทธิ์กันทุกดวง ตอนนั้นพวกเราเป็นส่วนหนึ่งของพระเจ้า ใจหรือจิตของพวกเราซึ่งมีจำนวนเป็นอนันต์ เป็นผู้สร้างจักรวาลและโลกใบนี้ขึ้นมา หลังจากนั้น พวกเราก็พร้อมใจกันสั่งให้ตัวของพวกเรา ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมด้วยว่าพวกเราทั้งหมดเป็นพระเจ้า และเราต้องอยู่ในจักรวาลนี้ตามลำพังตลอดกาล เมื่อพระเจ้าหรือพวกเรากันเองทุกคน พร้อมที่จะเล่นเกมส์อัตตาแท้จริงเป็นอนัตตาแล้ว   พวกเราก็สั่งให้กลุ่มควาร์คบางส่วน ก่อรูปขึ้นมาเป็นร่างกายของสรรพสัตว์ ซึ่งมี ธาตุ 4 และขันธ์ 5 อยู่ หลังจากนั้น พวกเราก็สั่งให้จิตของพวกเรา เข้าไปอยู่ในวิญญาณ และลงไปจุติในร่างกายของสรรพสัตว์เหล่านั้น เราเรียกสิ่งที่มีธาตุ 4 และขันธ์ 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น และกาย รวมทั้งวิญญาณซึ่งบรรจุจิตอยู่นี้ว่า “ มนุษย์และสัตว์เดรัจฉาน ” จิตของพวกเราเมื่อจุติลงมาเป็นมนุษย์แล้ว พวกมนุษย์ไม่รู้ความจริงอะไรเลย พวกเรามองเห็นและรับรู้สิ่งต่างๆรอบๆตัว พวกเราก็หลงคิดไปเองว่า สสารและอัตตามีอยู่จริงๆ นอกจากนี้ พวกเรายังไปยึดติดว่า นี่ตัวกู นี่ของกู ศาสนาที่เชื่อในเรื่องพระเจ้าสร้างอัตตา จึงเกิ...