A A

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ บทที่ 4

4-1 แนวทางการทำสมาธิควรเป็นแบบไหน

ผมได้รับคำถามมากมายทีเดียว จากท่านผู้อ่านหนังสือเรื่องผีอำประตูลับสู่โลกวิญญาณเล่มแรก คำถามที่ผมได้รับการสอบถามมากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นถามเกี่ยวกับเรื่องการทำสมาธิของผม ผมพบว่า ผู้คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบัน ไม่สามารถเข้าสมาธิ ตามวิธีการที่มีการสอนโดยพระสงฆ์และผู้เชี่ยวชาญการทำสมาธิ ในศาสนาพุทธหรือในศาสนาอื่นๆ ผมยอมรับกับท่านตามตรงเลยว่า ตัวผมเองก็ทำสมาธิตามแบบที่มีการสอนกันโดยทั่วไปนั้นไม่ได้ โชคดีที่พระพุทธองค์ไม่ได้กำหนดเป็นกฎเกณฑ์ตายตัวว่า ต้องทำสมาธิแบบในอดีตหรือในยุคของพระองค์ นอกจากนี้ ความรู้ทางจิตในยุคปัจจุบันก็เจริญก้าวหน้าไปมาก มีวิวัฒนาการและเทคโนโลยีด้านการทำสมาธิ ถึงขนาดขายเทปที่ทำให้ท่านทำใจสงบเป็นสมาธิได้ ลดความฟุ้งซ่านในใจของท่าน ที่ครุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา สังคมในอดีตของมนุษย์ มีความซับซ้อนและวุ่นวายน้อยกว่าในปัจจุบันมาก การที่เราจะไปใช้วิธีทำสมาธิตามแบบโบราณโดยไม่มีการประยุกต์ จึงไม่เหมาะสม และไม่อาจเผชิญกับภาวะความวุ่นวายของโลกในปัจจุบัน

4-2 นิสัยจริงๆของท่านไม่มี

ดังได้กล่าวมาแล้วว่า ความรู้ทางจิตในโลกปัจจุบันก้าวหน้าไปไกลมากจากอดีต มีการใช้ความคิดด้านบวกมาแก้นิสัยที่ไม่ดี และเปลี่ยนบุคลิกภาพ หรือแม้กระทั่งการใช้ความคิดด้านบวกมากำหนดโชคชะตาของตนเอง ก็สามารถทำได้ ตัวผมเองก็ใช้ความคิดด้านบวก ควบคู่ไปกับการฝึกสมาธิ ปรากฏว่าได้ผล เมื่อท่านผู้อ่านสนใจแนวทางการฝึกสมาธิแบบผม ผมก็ยินดีชี้แนะ แต่ก่อนอื่น ท่านต้องช่วยผมหานิสัยที่แท้จริงของมนุษย์ก่อนครับว่า คนแต่ละบุคคลมีนิสัยอย่างไร และนิสัยของเขามาได้อย่างไร บางคนเป็นคนที่หยิ่งในเกียรติ บางคนง่ายๆ บางคนงก บางคนขี้อิจฉา บางคนชอบพูดโกหก บางคนใจดี บางคนใจร้าย ฯลฯ ในความรู้สึกของผม ทุกนิสัยที่มีอยู่ในมนุษย์ ล้วนเป็นนิสัยจอมปลอมทั้งสิ้น พวกเขากำหนดนิสัย สันดานและบุคลิกภาพของตนขึ้นมาเอง โดยได้รับอิทธิพลมาจากสภาพแวดล้อม การศึกษา การเรียนรู้ ฐานะ ประสบการณ์ การนึกคิดของตน ความชอบ ความไม่ชอบ ทัศนคติของเขา ของครอบครัว ฯลฯ ทำให้คนแต่ละคนมีนิสัยและสันดาน แตกต่างกัน ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ผมกำลังบอกท่านว่า ไม่มีนิสัยของใครเลย ที่เป็นนิสัยแท้จริงในโลกนี้ ด้วยเหตุนี้ มนุษย์ทุกคนจึงสามารถสร้างนิสัย ที่เป็นแบบฉบ...

4-3 ปัจจุบันผมทำสมาธิอย่างไร

พูดกันตรงๆ คำภาวนาหรือคำบริกรรมของผมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ท่านผู้อ่านคงจะนำไปใช้ไม่ได้ เพราะเป็นทัศนะความเชื่อและความศรัทธาส่วนตัวของผม และเป็นสิ่งที่ผมรับรู้มาจากโลกวิญญาณ ท่านผู้อ่านแต่ละคน คงมีความเชื่อในศาสนาแตกต่างกันไป ผมไม่ต้องการทำลายความเชื่อ และความศรัทธาทางศาสนาของใครทั้งสิ้น ปัจจุบัน ผมเข้าสมาธิ โดยการท่องบริกรรมคำพูดเหล่านี้เพื่อให้ใจสงบ ใครจะเรียกว่า เป็นพระคาถาศักดิ์สิทธิ หรือคำภาวนาอะไรก็แล้วแต่จะเรียก อันนี้ไม่ว่ากัน เริ่มต้น พอผมนั่ง ลง ผมจะท่องในใจอย่างช้าๆว่า “ องค์พระผู้เป็นเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ขอขนานนามพระองค์ว่า พระอมิตาพุทธ โอม…อมิตพุทธ โอม…อมิตพุทธ โอม…อมิตพุทธ ข้าพระองค์ขอขนานนามอื่นของพระองค์ด้วย โอ่…พระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า โอ่… พระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า โอ่… เจ้าแม่กวนอิม ข้าพระองค์รู้แล้วว่า พระองค์คือองค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์รู้แล้วว่า พระองค์คือองค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์รู้แล้วว่า พระองค์คือองค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ไม่ต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากพระองค์เลย แต่ข้าพระองค์ขอใช้นามของพระองค์ เพื่อนำพาจิตของข้าพระองค์...

4-4 ดูหนังผีเพื่อฝึกสติปัฏฐาน

ไหนๆก็พูดถึงเรื่องสมาธิแล้ว เลยต้องขอพูดเรื่องวิปัสสนาสักหน่อย แต่การวิปัสสนากรรมฐานของผมจะแปลกกว่าของคนอื่น ผมไม่ยึดมั่นในรูปแบบที่ครูบาอาจารย์สอน ผมยึดในคำตรัสสอนของพระพุทธองค์เพียงท่อนเดียวที่ว่า ให้เห็นก็สักแต่ว่าเห็น ได้ยินก็สักแต่ว่าได้ยิน ด้วยเหตุนี้ ทุกวันนี้ ผมจะใช้วิธีดูหนังผีทุกเรื่อง ที่ออกฉายตามโรงหนัง แต่เป็นการดูเพื่อเข้ากรรมฐาน ดูไปอย่างงั้นๆ สักแต่ว่าดู ไม่ปรุงแต่งความรู้สึกและอารมณ์ ไปตามเสียงดนตรีหรือภาพที่น่ากลัว ครั้งสุดท้ายผมดูหนังเรื่องคนเห็นผี ที่บอกวิธีเห็นผี 10 วิธี หนังเรื่องนี้เข้าใจว่าหน้ากลัวมาก แต่ผมดูไป ก็ได้แต่สงสารวิญญาณ ( สัมภเวสี ) ต่างๆ ที่ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในปรโลก ท่านผู้อ่านคงไม่รู้หรอกว่า วิญญาณที่ทนทุกข์ทรมานในนรกภูมิ เปรตภูมิ หรือภูมิต่ำอื่นๆมีมากมายมหาศาลเพียงใด โชคดีแล้วสำหรับคนที่เกิดมาเป็นมนุษย์ในชาตินี้ อย่าพยายามทำเลยบาปกรรมใดๆ ผมไปรับรู้เรื่องนรก สวรรค์ พรหมโลก แม้กระทั่งนิพพานมาแล้วเรื่องเหล่านี้มีอยู่จริงๆ จิตของพวกเราเป็นตัวรู้และตัวรับรู้ เจ้าตัวรู้หรือตัวรับรู้อันนี้ได้อยู่มาก่อนจักรวาลจะกำเนิดขึ้นด้วย พวกเราไม่รู้จุดเริ่...