A A

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ บทที่ 8

8-1 อะไรคือกุศล อกุศล บุญ และบาป

แม้ว่าผมไม่ใช่พระ และก็ไม่ใช่บุคคลที่มีความรู้ดีมากในเรื่องศาสนาพุทธ และพระไตรปิฎก ผมเป็นเพียงนักปฏิบัติ และก็ไม่ได้ปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงนิพพานถาวรด้วย แต่เป็นการปฏิบัติเพื่อให้จิตมันสงบๆ ไม่ติดหลงใหลอยู่ในกิเลส และไม่ยึดมั่นถือมั่นในตัวกูของกูมากเกินไป แต่เมื่อฟ้าได้ลิขิตให้ผมเขียนเรื่องกุศล อกุศล บุญ และบาป ซึ่งเป็นการเขียนออกจากจิตของผมโดยตรง โดยไม่ต้องไปอ้างอิงอะไรเลย ผมก็ต้องลองเขียนดูความจริงผมเป็นคนไม่ค่อยสนใจและไม่ค่อยใส่ใจ ในหลักการใดๆ ที่เป็นศีล 5 ศีล 8 หรือศีลแบบอื่นเท่าไรนัก เพราะผมเห็นว่า เรื่องศีลมันเป็นแค่ความจริงในขั้นโลกิยะ การท่องจำแล้วละเว้น ผมเห็นว่าเป็นการฝืนใจทำ ผมไม่ต้องการฝืนใจตัวเอง โดยเอาบทบัญญัติใดๆ มาบังคับใจตนเอง ผมใช้ความบริสุทธิ์ของจิตใจเป็นตัวกำหนดว่า สิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนไม่ควรทำ เราเพียงแต่รู้ตัวเองอยู่ในจิตหรือในมโนธรรมว่า สิ่งนี้ไม่ควรทำ ผมก็ไม่ทำ เช่น จิตของเราบอกว่า การขโมยเป็นสิ่งที่ไม่สมควร เป็นการเบียดเบียนผู้อื่น จะต้องมีผู้เดือดร้อนแน่ จะมากหรือน้อยก็แล้วแต่ จิตของเราจึงเห็นว่า การขโมยนั้น เป็นเรื่องอกุศลและบาป เราก็ไม่ทำ เท่านี้มันก็หมด...

8-2 ผมจำคำสาบานตัวเองไม่ได้

น้องชายของผมกลับมาเมืองไทยเมื่อเร็วๆนี้ ผมพยายามเล่าเรื่องธรรมะขั้นสูงสุด คือขั้นโลกุตระให้เขาฟัง แต่ใจของเขายังหลงอยู่ในความจริงขั้นโลกิยะ โดยเฉพาะศีล 5 ซึ่งเขาอ้างว่า ผู้ใดจะละเมิดไม่ได้ มันเป็นสิ่งที่แน่นอนตายตัวถาวร ผมเลยบอกกับเขาไปว่า ศีลเกิดจากจิตที่เห็นว่า เรื่องที่ทำนั้น มันเป็นกุศลหรือไม่เป็นกุศล ถ้าตอนที่ทำจิตมันเห็นว่า เรื่องนี้เป็นกุศล แม้มันจะผิดศีล 5 เช่นไปขโมยของ หรือฆ่าทหารข้าศึกตาย มันก็ไม่ได้ถือว่าเป็นบาปแต่บางครั้งอาจจะเป็นบุญด้วยซ้ำ นี่เป็นความจริงในขั้นโลกุตระ ผมบอกน้องชายผมไปว่า ความรู้ที่ผมได้รับ ผมไม่ได้คิดไปเอง แต่เป็นความรู้จาก พระพุทธเจ้าหรือองค์พระผู้เป็นเจ้าแท้จริง พระองค์ท่านเป็นผู้สอนผมทางจิต น้องของผมหาว่า ผมไร้สาระจริงๆ จู่ๆ ผมก็ตั้งใจเอ่ยปากสาบานในสิ่งที่เล็กน้อยว่า ถ้าสิ่งที่ผมกล่าวกับเขา เป็นความคิดมาจากมันสมองของผม ไม่ได้มาจากคำตรัสสอนของพระพุทธเจ้าในจิตของผม ผมยอมตกนรก ท่านเชื่อหรือไม่ว่า หลังจากนั้นไม่กี่นาที ผมก็จำไม่ได้เลยว่า เรื่องที่ผมสาบานไว้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ผมจำได้แต่เรื่องก่อนและหลังจากนั้น แต่เรื่องที่จุดนั้น ผมพยายามคิดเ...

8-3 ขออธิบายเรื่องกลไกของจิตให้มันชัดๆ

กลไกของจิตมันเป็นดังนี้ เมื่อจิตไม่มีอกุศลใดๆ จิตนั้นก็จะไม่ตกนรก พระมาลัยน้องชายของผม และหนังสือบางเรื่อง ที่ผมเคยอ่านเกี่ยวกับเรื่องการตายแล้วฟื้น พวกเขายืนยันตรงกันโดยมิได้นัดหมายว่า ยมบาลจะให้วิญญาณมนุษย์ที่ทำบาปอย่างหนัก ได้นึกถึงความดีอะไรก็ได้ ที่ตนเองเคยทำไว้ พระมาลัยเล่าว่า ยมบาลจะให้โอกาส 3 ครั้ง ถ้านึกไม่ออก ก็ซวยล่ะครับ ต้องถูกนำตัวไปล้างบาปในนรกแน่นอน แต่ถ้าจิตใต้สำนึกและจิตสำนึกมันคิดช้าไป โดนยมบาลนำตัวไปลงโทษในนรกเสียแล้ว ก็ไม่เป็นไร ไฟหรือการทรมานใดๆในนรก ไม่อาจจะทำร้ายวิญญาณหรือจิตที่บริสุทธิ์ หรือเป็นกุศลจิตได้เป็นอันขาด อาจจะมีดอกบัววิเศษมารองรับ หรือถ้าถึงขั้นจำเป็น องค์พระผู้เป็นเจ้าแท้จริง และพระโพธิสัตว์กวนอิม พวกท่านจะรู้โดยตัวของพวกท่านเองว่า มีสิ่งที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้น พวกท่านจะเสด็จลงมาโปรดในขุมนรกเอง จิตที่เป็นกุศลจะนำไปสู่สวรรค์ จิตที่เป็นอกุศลจะนำไปสู่นรก จิตที่สำนึกผิดในบาปอย่างแท้จริง และตั้งใจว่าจะไม่ทำบาปนั้นอีก ยมบาลก็ไม่สามารถลงโทษหนักได้ วิญญาณดวงนั้นจะได้รับโทษแค่เพียงเศษกรรม อย่างไรก็ตาม จิตหรือวิญญาณใด ที่ได้ทำลายกายหรือขันธ์ของผู้อื่นโดยเจ...